จากห้องสมุดดั้งเดิม สู่ Digital Library
การศึกษาเรียนรู้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตประจำวัน การพัฒนาความรู้จึงต้องอาศัยวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง จากบุคคลทั่วไป จากสถาบันหรือองค์กรทางวิชาชีพ หรือจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว แหล่งเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการศึกษาค้นคว้า(ศันสนีย์ สุวรรณเจตต์, 2546 : 1) และในปัจจุบันนี้ ห้องสมุดนั้นถือว่ามีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างมาก และนับวันจะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นทุกที เพราะห้องสมุดเป็นสถานที่รวบรวมสรรพวิทยาการต่างๆ อันเป็นผลิตผลจากสติปัญญาของมวลมนุษย์ เป็นศูนย์กลางของการศึกษาหาความรู้ และนอกจากนี้ห้องสมุดยังช่วยให้คนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย (นนทนา เผือกผ่อง, 2531 : 19)
ห้องสมุดเป็นคลังความรู้ของสังคมมายาวนาน ถ้าไม่นับห้องสมุดดินเหนียวในหอสมุดประจำวิหารนาบู ห้องสมุดปาปิรัสที่อียิปต์ ห้องสมุดอเลกซานเดรีย ห้องสมุดแผ่นหนัง จนถึงยุคของการคิดค้นกระดาษจากประเทศจีนและเมื่อโยฮันน์ กูเตนเบิร์กประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ขึ้นครั้งแรก ในโลกเมื่อปี ค.ศ. 1440 เมื่อมีการพิมพ์หนังสือด้านศาสนาและสาขาวิชาต่างๆ ห้องสมุดที่ให้บริการหนังสือจึงเกิดขึ้นนับแต่นั้น เช่น ค.ศ. 1753 มีการก่อตั้งหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ส่วนหอสมุด รัฐสภาอเมริกัน ตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1800 และมีห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นหลายแห่ง ดังนั้นวิวัฒนาการของห้องสมุดที่มีหนังสือจึงมีมากกว่า 500 ปี และได้มีการคิดค้นระบบจัดหมวดหมู่ ตามสาขาวิชาต่างๆ เผยแพร่และเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก(น้ำทิพย์ วิภาวิน, 2548 : 53) เพราะฉะนั้น ห้องสมุดจึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมหรือพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้า เพราะห้องสมุดได้รวบรวมหนังสือ และวัสดุการศึกษาที่ดีมีประโยชน์ เพื่อเสนอความรู้ความคิดใหม่ๆ แก่ผู้อ่านอย่างกว้างขวาง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพ อันจะก่อให้สังคมและประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองด้วย ดังนั้นสังคมที่เจริญย่อมจะขาดห้องสมุดไม่ได้(ธาดาศักดิ์ วชิรปรีชาพงษ์, 2543 : 14)
การศึกษาค้นคว้ากับห้องสมุดเป็นของคู่กัน ในสมัยโบราณห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักปราชญ์ ปัจจุบันห้องสมุดก็ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้ต้องการความรู้ ทุกองค์กรที่ตระหนักถึงความจำเป็นของการเรียนรู้จึงจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ เช่นห้องสมุดในองค์กร การเรียนรู้และการวิจัย มีกระบวนการศึกษาค้นคว้าเพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ห้องสมุดมีไว้เพื่อการศึกษาค้นคว้า และเป็นคลังความรู้ของประชาชน การส่งเสริมให้ประชาชนศึกษาหาความรู้เป็นการสร้างสังคมแห่ง การเรียนรู้และสังคมที่ฉลาด ห้องสมุดจึงต้องตอบสนองความต้องการของสังคมและชุมชน ความรู้ต้องมีการสืบทอดถึงคนในแต่ละยุคแต่ละสมัย(น้ำทิพย์ วิภาวิน, 2548 : 54) เช่นเดียวกับที่ห้องสมุดก็จะต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถรองรับกับความต้องการของผู้ใช้ที่มีอย่างไม่จำกัด และวิวัฒนาการต่างๆ ของห้องสมุดที่ได้พัฒนามานั้น จากอดีตที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงในยุคปัจจุบัน ห้องสมุดได้มีการพัฒนา ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร และเพื่อให้สามารถมองเห็นภาพพัฒนาการของห้องสมุดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราก็ควรที่จะมาทำความรู้จักและได้เรียนรู้เกี่ยวกับห้องสมุดในแต่ละประเภท
อ่านบทความต่อได้ที่ ประวัติห้องสมุด Wikipedia